#Phonicsคืออะไร
🔺️แอะ เบอะ เค่อะ คืออะไร🔻
เสียงในคำ?? เสียงท้ายคำ??
คอ-ลอ-ออ-งอ = คลอง (คำควบ "คล")
แต่ ภาษาอังกฤษเราไม่ได้ถูกสอนให้ แยกเสียงออกมาแบบภาษาไทย
เราถูกสอนให้ท่องจำ ร้องเพลง "ชื่อ a-z"
ท่องจำคำศัพท์ a apple ออกเสียง แอปเปิ้ล (เน้นเสียง เปิ้ล ให้หนักๆ ชัดๆ)
แต่ชาวต่างชาติออกเสียงว่า แอปเพิ่ล (เพิ่ล เบาๆ พอได้ยิน) แบบนี้ไหม..เขาเลยฟังเราไม่ออก และเราก็ไม่เข้าใจว่าเขากำลังสื่อสารว่าอะไร
เราหัดเขียน เขียน จำ ท่องจำ ก่อนการฟัง ไม่รู้ว่าภาษาอังกฤษก็มีหน่วยเสียง มีสระเสียงสั้น สระเสียงยาว ตัวสะกดต่างๆ เช่นกัน
หนำซ้ำ รอให้ คุณครูที่โรงเรียนสอน คุณครูก็ถูกมอบหมายมาสอนให้ท่องจำแบบที่เคยเรียนมาแบบนี้
โชคดีหน่อย มีครูชาวต่างชาติ คุณครูก็ถูกสั่งมาว่าให้สอนแบบพูดคุยกับน้องๆ แบบ Conversation แต่คลังคำศัพท์ต่างๆน้องมีมากน้อยแค่ไหนเพื่อโต้ตอบกับคุณครู
คุณครูหลายๆคนมาอยู่ไม่นานก็ไป เด็กๆขาดความต่อเนื่อง ซ้ำไปอีก เด็กๆในห้องมีหลายคน ครูก็ไม่อยากเสียเวลามาแก้ไขการออกเสียงแต่ละคำของเด็กๆ แต่ละคน น้องๆจึงถูกปล่อยเลยตามเลย
ท่องจำมา B-e-s-t = best - เบส =ดีที่สุด
เวลาออกเสียงก็ เบด/เบด เหมือนกัน ไม่ได้เน้นเสียงท้ายคำ เพื่อบ่งชี้ความแตกต่าง
ไม่บ่งชี้ ว่ากำลังสื่อถึงคำไหน ชาวต่างชาติก็ไม่เข้าใจเรา เราก็ไม่เข้าใจเขา
จะดีกว่าไหม ถ้าพ่อแม่คือคนที่เริ่มต้นฝึกตัวเอง ฝึกลูกให้พูดสื่อสารคล่องขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องสุ่มเดา ไม่ต้องท่องจำ เริ่มต้นจากทักษะการฟัง ฟังแล้ว
"แยก แตก หน่วยเสียง" แทนการเดา
ฝังความรู้ ทักษะที่ถูกต้องลงไปในตัวเด็กๆ
ค่อยๆ เน้นย้ำหน่วยเสียงแต่ละเสียง คำต้น คำควบกล้ำ เสียงท้ายคำ ไม่รู้ ไม่เป็นก็ต้องฝึก มีคนพูดคุยด้วยคือลูกของเราเอง พูดได้ตลอดเวลา ฝึกได้ทุกๆวัน
สระเสียงสั้น a, e, i, o, u
สระเสียงยาว เช่น ai, ee, ou, ie, ue, oo
พยัญชนะ แต่ละตัวมี "เสียง" เฉพาะตัว
เช่น ชื่อของตัวอักษร S อ่านว่า เอส --เสียงของเขาคือ Ssss... คล้ายเสียง ซซซ
ชื่อ D อ่านว่า ดี --เสียงคือ ดึ ดึ ดึ สั้นๆ
(ฟังเสียงเหล่านี้ได้จากเพลง Jolly songs
เพลงตัวอย่างจาก Jolly phonics workshop https://goo.gl/13c6up
)
Clock = /c/-/l/-/o/-/c/ (ควบกล้ำ cl-o-c)
Phonics ช่วยปูพื้นฐานปรับความเข้าใจถึงการออกเสียงอย่างถูกวิธี ช่วยในการสะกดคำ ฝึกฝนสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาทักษะการฟัง ไม่ต้องสุ่มเดาการออกเสียงคำศัพท์นั้นๆ
เริ่มต้นด้วยเสียงเพลง สร้างความคุ้นเคย
ฝึกร้องตาม พร้อมท่าทางประกอบ เล่น สร้างความสนุกสนาน ดึงความสนใจ เน้นการออกเสียง คำต้น ควบกล้ำ เสียงท้ายคำ
#Jollyphonics #phonics #JollyPhonicsWorkshop
1. What’s Jolly Phonics? (อะไรคือ ระบบการออกเสียงและการสะกดคำ ประสมคำศัพท์แบบจอลลี่ โฟนิคส์)
--> Jolly Phonics is a new way of teaching English language literacy. The progression is natural beginning with listening skills, which can be taught to pre-kindergarten children, progression
to speaking skills and finally reading and writing. Jolly Phonics focuses on teaching letter
sounds in an exciting and fun way.
--> โฟนิคส์ คือเสียงของตัวอักษร เป็นเสียงภาษาอังกฤษของแต่ละตัวอักษร เพื่อนำไปสู่การประสมคำให้ง่ายขึ้น แทนการท่องจำตัวอักษร ABC จะว่าไปก็เหมือนการเรียน กอ ขอ คอ สระอะ สระอา เหมือนภาษาไทยของเรา
Jolly Phonics คือ การเรียนการสอนทักษะการสื่อสารแนวใหม่ ที่จะนำไปสู่ความพัฒนาก้าวหน้าในการฟังอย่างเป็นธรรมชาติ ตลอดไปจนถึงการพูดการอ่านและการเขียน Jolly Phonics เน้นการสอนไปที่เสียงของตัวอักษรที่ตื่นเต้นและสนุกสนาน
2. What can children learn from the Jolly Phonics system? (เด็กๆ จะได้เรียนรู้อะไรจาก Jolly Phonics system)
--> Children do not just learn the 26 letters of the English alphabet. They learn the 42 main
sounds used in the English language. It is taught through a variety of multi-sensory and fun
activities. We begin by telling a short story which leads into a sound and a connected action.
For example, ‘S’ is a snake in the grass. Even if adults find all the actions and sounds difficult
to remember you can be assured that the children will never forget!
--> เด็ก ๆ ไม่เพียงแต่จะเรียนรู้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ 26 ตัวเท่านั้น แต่พวกเขาจะได้เรียนรู้ถึง 42 เสียงหลักที่ใช้ในภาษาอังกฤษที่จะสอนผ่านการสัมผัสที่หลากหลายและกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่สนุกสนาน เราเริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องราวสั้น ๆ ที่สอนคำศัพท์ใหม่ ๆ ให้เด็ก ๆ ที่นำไปสู่การแสดงท่าทางต่าง ๆ และเสียงมากมาย ตัวอย่าง เช่น ’SS” เป็นเสียงงูที่อาศัยอยู่ในหญ้า. เมื่อเด็กรู้ว่า ตัวอักษรตัวไหนมีเสียงอะไร เมื่อเห็นตัวอักษรนั้น แม้ในคำที่ไม่รู้จัก ก็จะเริ่มสามารถ “ถอดรหัสเสียงได้” และประสมเสียงอ่านเป็นคำได้ ผู้ปกครองอาจพบว่าการแสดงท่าทางทั้งหมดและเสียงยากที่จะจำได้แต่รับรองว่าเด็กของคุณสามารถจำได้ไม่ลืม
3. When should I start to use JollyPhonics in conjunction with formal school? (JPสามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่อายุเท่าไร)
--> Jolly Phonics system can be used with kindergarten students till primary school.
--> เทคนิคการสอนแบบจอลลี โฟนิคส์ ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงเด็กโต ซึ่งการเรียนการสอนก็จะมีความแตกต่างกันในแง่ของเนื้อหาที่เป็นไปตามอายุหรือพัฒนาการที่เด็กในวัยนั้นควรจะเป็น ซึ่งการสอนจะเดินไปทีละเรื่องซึ่งจะเพิ่มความซับซ้อนความยากขึ้นไปตามลำดับ ซู ลอย กล่าวและว่าหลักสูตรยังเอื้อกับเด็กที่เรียนช้าหรือเด็กที่เข้ามาเรียนทีหลังอีกด้วยซึ่งผลสำเร็จที่ได้จะไม่ต่างกัน
4. At what age can JollyPhonics listening skills be introduced to children? (เด็กอายุเท่าไรที่สามารถเรียนได้)
--> Jolly Phonics can be used in Pre- K classes and complete in Kindergarten 3 class or later in
primary school and continue with Jolly Grammar
--> Jolly Phonics สามารถใช้ได้กับเด็กเตรียมก่อนเข้าโรงเรียนและเลยไปถึงเด็กชั้นอนุบาล 3 หรือขั้นประถมศึกษา และยังมี Jolly Grammar ที่ใช้สอนสำหรับเด็ก ๆ ในขั้นต่อไป
5. What is the progression of JollyPhonics teaching method? (Jolly Phonics มีหลักการสอนคร่าว ๆ อย่างไร)
--> 1. Pre K classes begin with singing songs, sounds and actions.
2. During kindergarten 1st Phase the student starts to formally learn the sounds, letter
names and begins pre-writing skills. They also begin ‘blending’ the sounds. This means saying the sounds together, to create a word.
3. By Kindergarten Phase 2 and 3 students are writing and spelling, and even move to
the chapter lessons on grammar and ‘tricky words’. This is all about the words that
cannot be spelt by identifying sounds within it.
--> 1. เด็กเตรียมอนุบาล จะเริ่มต้นด้วยการร้องเพลง เปล่งเสียงและการแสดงท่าทาง
2. เด็กชั้นอนุบาล 1 เรียนรู้เรื่องเสียงต่าง ๆ ชื่อตัวอักษร และเริ่มด้วยทักษะการเขียนและพวกเขายังจะเริ่มด้วยการประสมเสียงง่าย ๆ คือการรวมเสียงจากการพูดต่าง ๆ ให้เป็นคำ
3. ต่อมาในระดับอนุบาล 2 และ 3 อาจแม้รวมไปถึงการใช้ไวยากรณ์ในการสร้างคำที่ซับซ้อนต่าง ๆ มากมาย สิ่งเหล่านี้เป็นคำที่ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงลงไปในเสียงนั้น ๆ
6. After the Jolly Phonics progression is complete what are the next steps in teaching? (หลังจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการออกเสียงและถอดรหัสเสียงแล้วมีหนังสือหรือต้องทำอย่างไร)
--> Continue with reading . Highly recommended teaching materials include Jolly Readers or
Oxford reading tree units.
--> สามารถฝึกอ่านหนังสือ ซึ่งได้มีการคิดค้นและพัฒนาลำดับขั้นความยาก ง่ายมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Jolly reader or Oxford reading tree.
7. Are there any certified trainers available who can teach JollyPhonics methods and skills to
parents/teachers/educators?
--> Yes, Jolly Kids Books hosts a Jolly Phonics workshop every 3 months (please see schedule
https://goo.gl/uvo6WP)
8. What schools have been using Jolly phonics? (มีโรงเรียนอะไรบ้าง ที่ใช้ระบบ Jolly Phonics)
--> Most British curriculum, American curriculum and Bilingual Thai schools
--> โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ อังกฤษ และอเมริกัน โรงเรียนไทยสองภาษาชั้นนำและหลาย ๆ โรงเรียนไทย





